August 17
ทั้งๆที่สัญญากับตัวเอง
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะเข้มแข็ง
ฉันจะไม่เสียใจในสิ่งที่ฉันตัดสินใจ
แต่วันนี้ ฉันก้ออดน้อยใจไม่ได้
ถ้าไม่คิดจะคุยตั้งแต่แรกก้อบอกมาสิ
แล้ววันนั้นทำแบบนี้ทำไม
คำเดียววววว "เสียใจ"*
July 22
ฉันกัว*
แมลงน้อยหน้าห้อง...
เพ้อ!?
- -* อย่าคิดมาก แค่อ่านหนังสือไม่ทัน
May 01
เหนกูเปนอะไร?
บูมพูดถูกกกกกกก
อิมะ โซะโนะคิซึซึก๊ะ สุโก้ย อิตาอินนนนดะ
โดวชิตาระอี้โนะ?
มัตเตะ?
อิจิโดะคิริ...โมโดริไต
ยารินาโอะชิวะเดคิไนคาระ...นายามุดะโยะ
ซาโตชิ! วารัตเตะโยะ
กัมบัตเตะ
โทคิโว๊ะ โคเอรุนาระ นันเดโมะ โยคุ นารุ นะ ^^
อิทสึกะทาโดริซึเครุ
ดาคาระ โซะโนะโทคิมาเดะ วารัตเตะ มัตเตะเน๊ะ
รุสึกดีขึ้น(นิดนึง) ที่ได้ระบายยยยย
December 03
หลังจากไปดูมาแล้ว...
อืม เปนหนังที่ดีเยี่ยมในรอบล้านปีที่ได้ดู
ชอบว่ะ ให้ข้อคิดอะไรมากมาย
ขอโค้ดไว้นิดนึง เพราะอ่านแล้วชอบมาก
หลาย ๆ คนคงเบื่อกระทู้รักแห่งสยามแล้ว และเท่าที่สังเกต พบว่า จะเป็นไปในสองกระแส คือ "ชอบ" (มักเป็นมุมมองของเหล่า Y ทั้งหลาย และจากคนที่ถูกเรียกว่า "หน้าม้า" ) และไม่ชอบ (จากผู้ที่พยายามบอกว่า ถูกหนัง (หรือที่ภาษาสื่อ เรียกว่า "หน้าหนัง") หลอกและพาลทำให้เกลียดหนังไทย
เราเองในตอนแรก ก็ถูกหน้าหนังหลอกเช่นกัน ทำให้มองและเข้าใจไปว่า เป็นหนังรักวัยรุ่น รวมทั้งจากการชม MV เพลงกันและกัน
ยิ่งทำให้รู้สึกว่า หนังวัยรุ่นมาอีกแล้วหรือนี่ ทำไมฉันจะหาหนังดี ๆ ดูส่งท้ายปลายปีไม่ได้เลยหรือ
แต่วันหนึ่ง เราก็ได้มีโอกาสแวะมาอ่านบทวิจารณ์ซึ่งจริงๆ น่าจะเป็นกระทู้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ ทำให้รู้ว่า เป็นหนังเกี่ยวกับครอบครัว และรักระหว่างชายกับชาย กับการตัดสินใจที่จะก้าวข้ามวัย ทำให้เราเริ่มสนใจขึ้นมาบ้าง เพราะเราคงเลยวัยที่จะไปดูหนังรักกุ๊กกิ๊กแล้ว เราตามอ่านเกือบทุกกระทู้ที่ทั้งชมและด่า จนตัดสินใจว่าจะต้องไปดูเอง
และนี่เป็นมุมมองของเราที่ไม่จำเป็นต้องมีใครเห็นด้วยทั้งสิ้น
ทันที่เราดูหนังจบ เราบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่หนังเกย์ ฉากความสัมพันธ์ระหว่างมิวกับโต้งมีน้อยมาก (แทบจะนับได้ว่ามีไม่ถึง 30% ในหนัง) การที่วัยรุ่นชายสองคนมองตากัน ยิ้มให้กัน มันก็คือความรู้สึกบริสุทธิ์ที่มีต่อกันที่ปัจจุบันเราเห็นได้ง่ายมาก(และหลายคนสะอิดสะเอียน)
ถ้าใครจะว่าฉากจูบระหว่างทั้งสองนั่นแหละ ที่ทำให้บอกว่านี่คือหนังเกย์ เรากลับมองว่า มันเป็นการแสดงออกซึ่งความรักแบบเคอะเขินตามประสาวัยรุ่นเสียด้วยซ้ำ เพราะดูเหมือนว่า ทั้งสองก็ยังจูบกันไม่เป็น มุมกล้องก็ไม่ได้สื่อเรื่อง sex ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่ได้ CU ที่หน้าของทั้งคู่ และไม่ทำให้รู้สึกด้วยซ้ำว่าเขาจูบกันดูดดื่มแค่ไหน (ที่คนดูวิ๊ดว๊าย น่าจะเพราะเราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นวัยรุ่นชายจูบกันมากกว่า)
ในมุมมองของเรา ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวแทนของปัญหาสังคมไทยที่สมควรปรบมือให้ และผู้ใหญ่ในสังคมควรไปดู เราไม่ได้ focus ไปที่ กระบวนการ production รวมถึงนักแสดง (แม้จะยังแอบอินกับ "มิว" อยู่มาก) นี่คือปัญหาของสังคมไทยที่หลายคนรับรู้แต่พยายามปฏิเสธมัน ไม่ว่าจะเป็น ....
1. ครอบครัวในสังคมไทยเป็นครอบครัวที่พ่อแม่/คนในครอบครัว ยึดติดกับอะไรบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่สูญเสียไป / กรอบอย่างที่พ่อแม่ต้องการ จนทำให้เกิดความคาดหวังและส่งผลให้ลูกอึดอัดกับกรอบที่ถูกกำหนดไว้
2. การปฏิเสธที่แสดงความรักต่อกัน จนถึงวันเสียคนที่รักไปแล้ว จึงย้อนระลึกถึง (ทั้งในฉากที่สุนีย์บอกจูนว่า "ตอนที่แตงอยู่ก็ไม่เคยจัดปาร์ตี้ให้เหมือนกัน" หรือฉากที่สุนีย์พูดเรื่องรูปที่แตงถ่ายว่า "นี่อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อย แต่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เขาทำให้เรามีความสุข"
3. ภาวะก้าวข้ามผ่านวัยของวัยรุ่นไทย (comeing of age) เราเชื่อว่าในสังคม มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อย ที่มีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดไปจากที่ควรจะเป็น เราไม่ใช้คำว่า "เบื่ยงเบน" เพราะเราไม่เคยคิดว่า การรักเพศเดียวกันเป็นเรื่องของความเบี่ยงเบนหรือความผิดปกติ แต่เป็นเรื่องของรสนิยม และเอกลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างไปจากเพศจริงของตนเอง เนื่องจากสังคมและธรรมชาติกำหนด ชายต้องรักหญิง หญิงต้องรักชาย ดังนั้น การรักเพศเดียวกันจึงเป็นเรื่องที่ "วิปริต"
แต่เรากลับไม่คิดเช่นนั้น (พร้อมรับคำด่า กับความเห็นนี้)
มีวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถก้าวข้ามวัยนี้ไปอย่างปกติได้ เพราะความคาดหวังจากครอบครัว และข้อกำหนดของสังคม
สุนีย์กล่าวกับมิวว่า "รู้ใช่ไหม ว่าครอบครัวน้าผ่านอะไรมาบ้าง ต่อไปโต้งต้องเรียนจบ มีงานการทำ ถ้ามิวรักโต้ง มิวต้องปล่อยโต้งไป"
สุนีย์พยายามใช้ "ความรัก" ในการหว่านล้อมให้มิวยุติความสัมพันธ์แบบคนรัก ในขณะที่ตัวสุนีย์เอง กลับไม่ได้เข้าใจถึงความรักที่คนเป็นแม่พึงจะมี สุนีย์รักตนเองและคาดหวังจะให้โต้งเป็นในแบบที่ตนต้องการเพื่อจะเยียวยาความเจ็บปวดครอบครัว โดยที่ตนเองก็ไม่รู้ว่า ลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่จะเจ็บปวดเพียงใด
แต่อย่างน้อย เราก็ยังอุ่นใจที่แม้ว่าสุนีย์จะเจ็บปวดจากการเลือกตุ๊กตาผู้ชายของโต้ง แต่ก็ดูเหมือนว่าสุนีย์จะเข้าใจในสิ่งที่ลูกเลือกที่จะเป็น เพราะอย่างน้อย ในที่สุดเธอก็มีรอยยิ้มอย่างอบอุ่นแม้จะมีน้ำตาเปื้อนใบหน้าอยู่ก็ตาม
4. วัยรุ่นในสังคมไทย "เหงา" กันมากขึ้น ทุกคนในเรื่องอยู่กับความเหงา มิว เหงาที่ขาดพ่อแม่และคนรัก ต้องใช้ชีวิตลำพัง โต้ง เหงากับความไม่เข้าใจของแม่ การที่พ่อไม่สามารถเป็น role model ที่ดีได้ โดนัท แม้จะสวยและรวย แต่เหงากับการแสวงหาคนมาข้างกาย จนต้องพยายามเรียกร้องความรัก หญิง เหงากับการพยายามไขว่คว้าหาความรักจากคนที่ตนเองพึงใจ
หลายฉากในเรื่องมากที่พยายามสะท้อนว่า วัยรุ่นไทยในปัจจุบันใช้ความเหงาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการไปดื่มเหล้า สังสรรค์กับเพื่อน การไปเดินเล่นกับเพื่อนตามห้างสรรพสินค้า การซื้อของมาปรบเปรอตัวเองให้หายเหงา (ทุกคนมีมือถือ และดูเหมือนว่าจะราคาแพง) ทั้งที่วัตถุเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเยียวยาจิตใจได้เลยแม้แต่น้อย
หลายคนว่า มิว น่าสงสาร แต่เรากลับมองว่า มิวเป็นตัวละครที่เข้มแข็งมาก แม้ในฉากสุดท้ายที่มิวร้องไห้กับจมูกตุ๊กตาที่ได้รับ เรามองว่า มันสะท้อนถึงความปิติ ความสุขที่ได้รับความรักจากคนที่ตนเองเฝ้ารอ และมิวน่าได้รับคำตอบแล้วว่า นับจากนี้ไป ตนเองจะดำรงชีวิตอยู่อย่างไร กับประโยคที่ว่า "ขอบคุณนะ" มันคงสะท้อนอะไรได้มากกว่าคำพูดของวัยรุ่นอกหัก
มิวเป็นตัวละครที่มีทางออกกับความเหงาได้ดีที่สุด ในความรู้สึกของเรา ถ้าไม่นับ "หญิง" ที่ยอดเยี่ยมมากในการจัดการกับอารมณ์ตนเอง หญิงเป็นตัวอย่างของคนที่มีวุฒิภาวะและมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) สูงมาก หญิงเข้าใจโลก เข้าใจคนที่ตนรัก และสามารถทำเพื่อคนที่ตนรักได้อย่างมีสติ แม้ว่าในตอนท้ายจะมีน้ำตา แต่เรากลับมองว่า เป็นน้ำตาของ"ผู้ชนะ" ที่ชนะใจตนเอง และชนะใจคนที่ตนรัก(ในความดี)
กลับมาที่มิว
มิวได้รับการปลูกฝังที่ดีจากอาม่า ซึ่งเรารู้สึกว่า มีความเข้าใจและเป็นมิตรมากกว่าครอบครัวของสุนีย์มากมายนัก จากการพูดกับหลานว่า "เพื่อน" อาม่าพยายามสอนให้ใช้ดนตรีเป็นสื่อบอกคนอื่น จนทำให้มิวมีสิ่งหล่อเลี้ยงจิตใจ มิวมีดนตรีเป็นเพื่อน และเราเชื่อว่า มิวน่าจะใช้ดนตรีเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจตนเองได้ พร้อม ๆ กับการมีเพื่อนที่ดีและเข้าอกเข้าใจ
กับประโยคลาโต้งที่ว่า "เราไปก่อนนะ เพื่อนรออยู่"
ก็สะท้อนให้เห็นว่า มิวพร้อมจะกลับไปเริ่มก้าวใหม่ในชีวิตกับเพื่อนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกัน
ตัวละคนที่น่าห่วงมากกว่า คือ โต้งกับโดนัท โต้ง ยังต้องกำหนดกรอบตัวเองอยู่ในความคาดหวังของแม่ ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อ ในขณะที่จิตใจลึกๆ ก็ยังไม่รู้ว่าตนเองต้องการอะไร จากหลายประโยคที่โต้งชอบพูดว่า "เราไม่รู้" "ไม่รู้ดิ" "ไม่รู้เหมือนกัน" จนน่าเป็นห่วงว่า เมื่อโตขึ้น โต้งจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปในสังคม โต้งคงเป็นผู้ชายอีกคนหนึ่งที่แต่งงานมีครอบครัว แต่ขณะเดียวกันก็ไปมีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกันแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ และโต้งจะหาความจริงใจจากความรักไม่ได้
ในขณะที่โดนัท ซึ่งหลงกับรูป และการรายล้อมจากเพศตรงข้าม โดนัทจะผ่านวัยรุ่นไปได้อย่างไรโดยที่ไม่เสียคนหรือเสียตัวก่อนวัยอันควร
และสุดท้าย หนังเรื่องนี้ ทำให้เราคิดถึงลูกขึ้นมาจับใจ
เราเองก็เป็นแม่คนหนึ่งที่พยายามคาดหวังกับลูก อยากให้ลูกเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ด้วยความหวังดีและพยายามหาคำอธิบายว่า "เพราะฉันเป็นแม่ ฉันหวังดีกับลูก ฉันเหนื่อยทุกวันนี้ก็เพราะลูก"
และหลายครั้งที่เรามัวแต่คิดถึงความทุกข์ของตนเอง สงสารตัวเองกับความทุกข์ซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว เอาความทุกข์ของตัวเองมาจับเจ่ากับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หนังเรื่องนี้ ทำให้เราได้คำตอบว่า เราจะจัดการยังไงต่อไปกับครอบครัว มันทำให้เราหันกลับมามองครอบครัวอย่างเข้าใจมากขึ้น คนที่เราเคยโกรธและเกลียดจนไม่อยากมองหน้า วันนี้เราเข้าใจเขามากขึ้น ว่าเขาเองก็คงทุกข์ไม่น้อยกับการไม่ประสบความสำเร็จในการก้าวข้ามวัยมาได้
มันทำให้เราหันไปมองลูกอย่างเข้าใจมากขึ้น ว่า วันข้างหน้า เราจะปล่อยให้ลูกเป็นอย่างที่เขาอยากเป็น แม้ว่าเราอาจยอมรับมันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ความรัก และความเข้าใจในครอบครัว จะทำให้ทุกชีวิตสามารถก้าวผ่านความทุกข์ไปได้ และเข้มแข็งขึ้นทุกครั้งที่ได้รับบทเรียนใหม่ ๆ
ขอบคุณ รักแห่งสยาม
"ขอบคุณนะ"
เขียนได้ดีจิงๆ แปะๆ
November 11
OMEDETOU Naaaa i*Pop ^^
Oshiawaseninaruyouni
_________________________________________________________________________
ก้อผ่านพ้นไปกะวันเกิดไอป๊อปเพื่อนซี้
ได้ข่าวว่ามึงลืมวันเกิดกู แอบโกรธ - -*
อ่า ไม่มีไรมาก ก้อแค่ตอนนี้รุเกรดอีคอนแล้วววว
รักอาจารย์ ธานี ชัยวัฒน์ที่สุดในโลกกกก
เพราะว่าอ.ให้คิระคุง B+ ค้าบบบบ
โอวววววว
คือได้ข่าวว่าเรนจ์บีบวกกว้างมากอ่ะ
ไอเนตรตอนมิดเทอมได้ 29/100 ได้บีบวกเช่นกันครับ
ซึ่งกูกะแอ๋มได้ 46/100 ได้บีบวกเหมือนกัน
สรุปคือทุกคนได้บีบวก โอเค้?
ไม่เปนไร ฮ่าๆๆ
อ.ก้อเรยโชคดีไปที่ไม่ต้องโดนวางระเบิดที่บ้าน ฮ่าๆๆ
อืม ไม่มีไรระ แค่อยากจะบอกว่า HBD นะเว้ย ไอ*ป๊อป(ถึงแม้มันจะเรยมาแล้ว) ฮ่าๆๆ
ปล.ผองเพื่อนทั้งหลาย เราไปงานกีฬาสีกันเถอะ
October 19
伝えた うれしいだよ^^
全部で ありがとうなぁ...
その日は悲しいけど、 今日はうれしいだね。
彼を忘れられないから、あの日を包んでいるね。
特別な時間をありがとうね。
これは最後溢れ出した涙。...ありがとうね。
___________________________________________________________________________
เกรดออกแล้วอ่ะ
กริ๊วกร๊าวมากๆ - -*
คือไม่แย่ แต่ก้อไม่ดี - -*
เอาเปนว่ามันก้อไอคือๆกะสมัยอยู่เตรียมละว้า
เริ่มต้นกันที่ แคลคูลัส C+ - -* (ตามคาด)
นี่ถ้าเทียบกะตอนอยู่เตรียมถือว่าได้ดี
เพราะปกติกูได้เลขเกรด 2 - -*
วิชาต่อมา ภาษาอังกิด B
เท่านี้ก้อพอใจแล้ว เพราะกูโง่อังกิด
เอาไว้ถ้ามีนิฮงโกะเมื่อไหร่จะเกท A ฮ่าๆๆ
ยังไงก้อคงเลือกเปนวิชาเลือกอย่างแน่นอน
อีกอันที่รู้ก้อคือ คอม บัส B+ จ้า
ดูเหมือนจะเปนเกรดยอดฮิต ได้กันเปนแถบเทือก
อีกสองวิชาที่ยังไม่รู้ก้อคือ
1.เอธิค หรือ จริยธรรมทางธุรกิจ (เหนแอ๋มบอกว่าเกรดออกเดือนหน้า)
2.อีคอน2 หรือ เศรษฐศาสตร์มหภาค (อันนี้ผมขอแอสซูมว่าบ้านอ.ธานี ชัยวัฒน์ น้ำท่วม เรยยังตรวจไม่เสร็จ)
ห่างหายจากการอัพสเปซไปนานมากกกกกก
ช่วงนี้ก้อกินเจอ่ะ
ปีนี้เจไม่แตก 5 5+
โอวววววว
ไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานมากๆๆๆๆ ตั้งแต่เกือบจะ 2 ปีแล้วมั้ง
ดีจายที่สุดในโลกกกกเรยอ่า
ซันบอกว่า อิทซิกะ โซะโนะฮิก๊ะคุรุโต๊ะโอโมอุคาระ
นาอิตาระ วารัตเตะโยะ, เดะ โซะโนะฮิโวะ มัตเตเนะ
งืมๆๆๆ
เคียวโซะโนะฮิ คิตะเนะ
ขอบคุณ มากๆ
อย่าตกใจ เพราะตอนนี้สกิลภาษาญี่ปุ่นเริ่มกลับมาฟิตอีกครั้ง
เนื่องจากว่าไปเรียนเจเอ๊ดมา ฮ่าๆๆ
แล้วแบบว่าหนุกเว่อร์อ่ะ
เพื่อนร่วมห้องดีมากๆๆๆ
ไม่เหมือนตอนเรียนบี2 ที่มีพวกชะนีสก๊อย(+เหมือนจะไฮโซ) ที่ชื่อว่า "หนู"
ตอนนั้นโคตรรุสึกแย่ แบบว่าถ้าไม่มีลุงกันเรียนเปนเพื่อนคงขอย้ายเซคอ่ะ
แต่ทว่าคราวนี้ให้ตายกูก้อไม่ย้าย ฮ่าๆๆ
เซนเซย์ถามว่า เนี่ย บีซังผ่านระดับ4และจะเลื่อนเกรดมั้ย
แต่บีซังบอกว่าไม่เอา เพราะว่าโคะโนะคุลาสึวะ โอโมชิโร่ยมากๆ ไดโจบุ หุหุ
โอววว อยากไปเรียนเจเอ๊ดจัง กริ๊วกร๊าวกิ๊บกิ้ว
ปล1.มินนะไอไตเนะๆๆๆ
ปล2.แม่ยอกยุวมิตร ฟิวบอกว่าวันไหนกลับเตรียมพวกเราคงต้องไปเยี่ยมแมททิว (ไอฝรั่งอ้วน)อันเปนที่รักยิ่งซะแล้ว
ปล.3อุเรชี่ที่สุดในโลก
ปล.4 อานอั้น มีทติ้ง 661 ไปจัดกันที่ไหนดีอ่ะ อยากจัดมากๆๆๆๆๆ
September 27
คือว่าไม่ได้เข้ามาสเปซนานแสนนาน
เพราะว่าพักนี้มัวแต่เข้า Hi5 - -*
พักหลังไม่มีคนมาเม้นด้วยแหละ
เราเรยมะรุว่าจะเขียนไปเพื่อ - -*...
งืมๆ...รุสึกว่าพักนี้หลายคนเปลี่ยนไป ป่าววะ
ไม่รุอ่ะ มากๆๆถึงมากที่สุด
ก้ออย่างว่า เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
...แล้วไง...- -*
จิงๆเหมือนเคยรุสึกอย่างงี้อยู่พักนึง
แต่ว่าก้อเลิกรุสึก หรือว่าเพราะว่ามันชินชา
เอ๊ะ ยังไง งงกะตัวเอง
อืม สอบอันแสนเน่า จะจบลงแล้ว
เหลืออีกวิชานึง คือ MACRO ECONOMIC
ของ อ.ธานี ชัยวัฒน์ (ขอย้ำชื่อเหมือนแอ๋ม)
ซึ่งคิดว่าคงเน่า...
เฮ้ย ตอนนี้ติดเรื่อง Only You มากๆ
แต่เรารุว่าป้าต้อยไม่ดู แน่นอน
เพราะมันเปนซีรี่ส์เกาหลี - -*
อืมๆ อาจจะไม่ได้มาอัพอีกประมานล้านชาติแหละมั้ง
แต่ก้อไม่แน่นะ - -* แล้วแต่อารมณ์
ปล. ตอนนี้โซเบื่อ มากๆ
โซรุสึกเซงกะการเปลี่ยนแปลงของหลายๆอย่าง - -*